วิธีการจัดบ้านแบบ KonMari

Anontawong's Musings

20150810_KonMari

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาเขียนบล็อกเรื่องวิธีจัดบ้านแบบ KonMari (คอนมาริ) นะครับ

จริงๆ ตอนแรกผมกะจะรอเก็บบ้านให้เสร็จก่อนแล้วค่อยมาเขียนเล่าให้ฟัง แต่เนื่องจากว่าวันพุธนี้เป็นวันแม่ และทุกคนอยู่บ้านกันพร้อมหน้าพร้อมตา เลยจะถือโอกาสจัดบ้านแบบคอนมาริซะเลย ก่อนที่จะต้องเตรียมย้ายเข้าบ้านใหม่เดือนหน้า

และเจตนาของผมก็คือเขียนบล็อกนี้ขึ้นมาเพื่อให้ พ่อ แม่ น้อง และภรรยาได้อ่าน จะได้เข้าใจภาพตรงกันก่อนจะลงมือครับ ดังนั้นเนื้อหาอาจจะไม่ได้ครอบคลุมหนังสือทั้งหมดนะครับ

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าวิธีเก็บบ้านแบบ KonMari นั้น อยู่ในหนังสือชื่อ The Life-Changing Magic of Tidying Up ซึ่งเขียนโดยสุภาพสตรีชาวญี่ปุ่นชื่อ Kondo Marie (คนโด มาริเอะ) ดูภายนอกเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่หนังสือของเธอได้สร้างปรากฎการณ์มาแล้วทั้งในญี่ปุ่น อเมริกา และยุโรป จนนิตยสารไทม์ยกย่องให้เธอเป็นหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกประจำปีนี้ (100 Most Influential people)

ผมเองได้รู้จักวิธีการนี้จากบล็อกเกอร์สามีภรรยาชื่อ James & Claudia Altucher ที่บอกว่าหลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วเขาก็โยนของในบ้านออกไปเกือบหมด

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงกลัวว่า เฮ้ย มันจะบ้ารึเปล่า อดทนอ่านต่ออีกสักนิดนะครับ ผมไม่ได้มาชวนให้ทุกคนโยนของทุกอย่างออกจากบ้านแน่ๆ

หลังจากเห็นฝรั่งหลายคนพูดถึงหนังสือเล่มนี้บ่อยเข้า กอปรกับผมกำลังจะย้ายเข้าบ้านใหม่ด้วย เลยถือเป็นโอกาสอันดีที่จะลองไปหาซื้อหนังสือมาอ่าน โดยผมไปเดินที่คิโนะคุนิยะพารากอน และกว่าจะหาได้ก็ยากเย็นเพราะมันไม่ได้เป็นหนังสือแนะนำขึ้นหิ้งอะไรทั้งนั้น

ปกหนังสือที่ผมได้มา ต่างจากที่เห็นในเว็บไซต์ tidyingup.com พอสมควร แถมชื่อยังขาดคำว่า “Up” ต่อท้าย เหลือเพียง The Life-changing Magic of Tidying เฉยๆ แต่คิดว่าคงไม่ใช่ของปลอมหรอกเนอะ!

ทั้งๆ ที่เป็นหนังสือเรื่องการเก็บบ้าน แต่หนังสือเล่มนี้กลับไม่มีภาพประกอบเลย เลยต้องใช้วิธีเปิด Youtube แล้วพิมพ์คำว่า KonMari ก็จะเจอวีดีโอที่คนเอามาแชร์เยอะแยะแล้วครับ

แค่เปิดหนังสือมาอ่านหน้าแรกๆ มาริเอะก็พูดถึงสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ คือเธอบอกว่าวิธีจัดบ้านของเธอจะทำให้เราต้องจัดบ้านแค่ครั้งเดียว และใช้ได้กับทุกคนแม้ว่าจะเป็นคนขี้เกียจหรือไร้ระเบียบแค่ไหนก็ตาม

ผมใช้เวลาอ่านหนังสือเล่มนี้ราวหนึ่งสัปดาห์ แล้วก็เริ่มลงมือทดลองด้วยการจัดถุงเท้าเมื่อตอนกลางเดือนกรกฎาคม จนบัดนี้ผ่านมาเดือนหนึ่งแล้วถุงเท้าของผมก็ยังเรียบร้อยอยู่จริงๆ

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วหลังจากผมเขียนบทความเรื่อง จะรีบไปไหน น้องสาวที่ชื่อหญิงก็มาคอมเม้นท์บอกว่าทางสำนักพิมพ์วีเลิร์นกำลังจะวางแผงหนังสือเล่มนี้แล้วนะ โดยมีชื่อไทยว่า “ชีวิตดีขึ้นทุกๆ ด้าน ด้วยการจัดบ้านครั้งเดียว” ซึ่งแฟนผมก็ไปสอยมาให้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

จากนี้ไปผมจึงจะขอสรุปบทเรียนที่ได้มาจากหนังสือเล่มนี้ แล้วก็ให้คุณผู้อ่านได้ตัดสินกันเอาเองนะครับว่ามันจะ Life-Changing จริงรึเปล่า

หลักการเก็บบ้านสไตล์ KondoMari มีดังนี้

เก็บรวดเดียวให้เสร็จ ถ้าคุณเก็บบ้านวันละนิดวันละหน่อย คุณจะต้องเก็บบ้านไปตลอดชีวิต (ซึ่งดูจากชีวิตที่ผ่านมาของผมมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ) และวิธีการเก็บรวดเดียวให้เสร็จ จะสร้าง “ความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด” กับชีวิตคุณ จนคุณจะไม่ยอมให้บ้านคุณรกอีกเลย ทั้งนี้ การเก็บรวดเดียวให้เสร็จไม่ได้หมายความว่าต้องเก็บวันเดียวเสร็จนะครับ แต่อาจจะทำสามวันติดต่อกัน หรือวันเสาร์สามเสาร์ติดต่อกันก็ได้ เพราะขนาดห้อง/บ้านแต่ละคนไม่เท่ากันอยู่แล้ว

ให้ถือว่าการเก็บบ้านเป็นวาระพิเศษ เหมือนกับที่เราให้การไปเที่ยวต่างประเทศหรือการจัดงานวันเกิดเป็นเหตุการณ์พิเศษ (special occasion) ที่เราต้องเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม

ให้จัดบ้านตามหมวดหมู่ ไม่ใช่จัดตามห้อง เพราะมีความเสี่ยงสูงว่าของอย่างเดียวกันจะมีที่เก็บมากกว่าหนึ่งที่ ซึ่งนั่นจะนำมาซึ่งความยุ่งยากในภายหลังอย่างแน่นอน อย่างบ้านผมตอนนี้มีที่เก็บกระดาษทิชชู่อยู่สองที่คือห้องน้ำแม่และหลังตู้เย็นชั้นสอง ดังนั้นแทนที่จะเก็บห้องน้ำหนึ่งวันนี้ และเก็บห้องน้ำสองวันพรุ่งนี้ ก็ควรจะ “เก็บอุปกรณ์ในห้องน้ำ” ภายในคราวเดียวไปเลย

สองขั้นตอนหลักในการเก็บบ้านแบบ KonMari คือการคัดของออกและการจัดเก็บของเข้าที่ เพราะถ้าคุณไม่คัดของทิ้งซะก่อน รับรองเลยว่าบ้านคุณจะกลับมารกอีกครั้งแน่นอน เพราะสาเหตุหลักที่บ้านเรารกก็เพราะเรามีของเยอะเกินไป ไม่ใช่เพราะเรามีพื้นที่จัดเก็บน้อยเกินไป (และยิ่งของคุณมีมากเท่าไหร่…

View original post 583 more words

Advertisements

this’s the starting point of my everything.

อืมมมม..

               จู่ๆ ก็รู้สึกว่าอยากจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมา และนี่ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่รู้สึกว่าอยากทำมาก นั่นคือการเขียนอะไรไว้อ่าน ไม่ใช่คนอื่นอ่าน แต่เป็นตัวเองอ่าน

นั่นสิ. ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่คิดนะ จะว่าไม่คิดไปเลยมันก็ไม่ใช่ มันคิด แต่มันมีความไม่อยากทำมากกว่า

three chairs with one lonely heart

               ชีวิตตอนนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างผ่านเข้ามา มากมายจริงๆ หลายๆ เรื่องทำให้เหนื่อย
แต่หลายๆ เรื่องก็ทำให้สุข รู้สึกว่าตัวเองเดินมาไกลมากแล้วนะ ไกลกว่าที่เคยเดินเยอะเลย..
จากการที่เป็นเด็กน้อยๆ อาศัยอยู่ในชนบท ทุกวันนี้เข้ามาใช้ชีวิตด้วยตัวเองในเมืองใหญ่เพราะมาเรียน
               สังคมที่นี่และตอนนี้สอนอะไรเยอะมาก เปลี่ยนมุมคิดหลายด้านไปแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นการมองคน มองโลก หรือการเลือกคบหาพูดคุยกับคนใหม่ๆ
สอนให้ทำอะไรให้เป็นมากขึ้น และพยายามคิดหาเหตุผลกับสิ่งต่างๆ รอบตัวมากขึ้นไปอีก

               ต่อจากนี้ก็ไม่อยากหวังอะไรมากซักเท่าไหร่..
แต่อยากจะขอให้วันนี้ พรุ่งนี้ และวันต่อๆ ไปกลายเป็นวันที่ดี
กลายมาเป็นความรู้สึกที่น่าจดจำแบบเมื่อวานและวันก่อนๆ หน้านี้
หวังว่านี่จะเป็นก้าวแรกของการใช้ชีวิตให้มีสีสัน
ก้าวแรกที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเอง

                                                   ไปในทางที่สนุกมากยิ่งขึ้น 🙂

5 avril 2015 | 23h39.